ยิ่งกว่าละคร ! หนุ่มระลึกรสชาติ ตามหาครอบครัวที่แท้จริงจนพบ จากการทานเมนูรสเผ็ด

happy
เหลือเชื่อเกินนิยายเรื่องไหน ๆ ชายจีนถูกลักพาตัวไปตั้งแต่เด็ก ได้ลิ้มลองเมนูอาหารรสเผ็ด จนระลึกถึงรสมือที่เคยกินตอนเด็ก และตามหาพ่อ-แม่ที่แท้จริงพบ แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานถึง 27 ปี

เผยเรื่องราวสุดทึ่งชวนน่าเหลื่อเชื่อของชายชาวจีนวัย 33 ปีรายหนึ่ง ซึ่งถูกลักพาตัวไปเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือและมีครอบครัวอุปถัมภ์รับไปเลี้ยงดู จนเวลาผ่านไปกว่า 27 ปี เนิ่นนานเกือบทั้งชีวิตจนไม่เหลือความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับครอบครัวที่แท้จริง แต่ในที่สุดได้ติดต่อพบพ่อแม่ที่ให้กำเนิดได้เป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ใครจะเชื่อว่าทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจากเพียงเพราะเขาได้ลิ้มรสอาหารเมนูรสเผ็ด

จากรายงานของเว็บไซต์ไชน่าเดลี่ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2560 เผยว่า หู ขุย หรือชื่อเดิม ฟู่ กุ้ย ก่อนที่จะถูกลักพาตัว ได้รับแรงบันดาลใจในการออกตามหาครอบครัวที่แท้จริง โดยการสังเกตว่าตัวเองชอบกินอาหารที่มีรสชาติเผ็ดกว่าอาหารที่ครอบครัวปัจจุบันซึ่งอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน ชอบทำให้รับประทาน ตนชอบทานอาหารที่ใส่พริกที่มาจากมณฑลเสฉวน ซึ่งอาหารรสชาติเผ็ดเป็นที่นิยมมากที่นั่น
หลังจากเขาได้ลิ้มรสเมนูอาหารเผ็ดแบบมณฑลเสฉวนแล้ว เขาก็เกิดระลึกได้เป็นความทรงจำลาง ๆ เกี่ยวกับเมนูอาหารที่เขาเคยรับประทานตอนเด็ก ๆ เป็นเช่นนั้น ในปี 2552 เขาจึงได้ตัดสินใจเข้าไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ที่เชี่ยวชาญในการค้นหาครอบครัวของผู้ที่ถูกลักพาตัวไปค้ามนุษย์

หู ขุย ได้เข้าไปลงทะเบียนตามหาคนหายในเว็บไซต์ดังกล่าว จนผ่านไปหลายปี จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของเขาได้เข้ามาใช้งานที่เว็บไซต์ดังกล่าวเช่นกันกันและได้อัพโหลดภาพของ ฟู่ กุ้ย ลูกชายเมื่อตอนเป็นเด็กอายุ 4 ขวบลงไปในเว็บไซต์ ระบบในเว็บไซต์ก็ทำการจับคู่โดยใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า แล้วพบว่าหู ขุย ก็คือฟู่ กุ้ย เด็กชายคนนั้น

ภายหลังจากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ผลก็ปรากฏออกมาว่า หู ขุย เป็นคน ๆ เดียวกับ ฟู่ กุ้ย จริง ๆ นั่นหมายความว่า เขาเป็นลูกแท้ ๆ ของพ่อบังเกิดเกล้า และแล้วเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ในที่สุด หู ขุย ก็ได้ติดต่อไปหาครอบครัวที่ให้กำเนิดเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากจากมาเกือบทั้งชีวิต รวมทั้งสิ้นแล้ว 27 ปี

หนุ่มเงิบ เสีย 280 บาท ค่าล้างรถ แต่ร้านเอาคราบออกไม่ได้ โซเชียลแจงแทน

6b5cfc9b-d7f9-4417-8f20-c971d6c414b3
หนุ่มเงิบ เสีย 280 บาท เพื่อล้างรถ แต่ร้านกลับเอาคราบออกไม่ได้ ชี้ เสียเวลา ด้านเจ้าของธุรกิจประเภทเดียวกันแจง มันล้างยากจริง ๆ
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2560 เฟซบุ๊ก กร ฮอร์โมน ได้มีการโพสต์ระบายความรู้สึกหลังจากที่ไปล้างรถที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่ง มีค่าใช้จ่าย 280 บาท อย่างไรก็ตาม ทางร้านบอกว่า ไม่สามารถเอาคราบกระจกออกมาได้ เพราะถ้าเอาออกให้ ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง มันเสียเวลา ซึ่งตนมองว่า ร้านอื่น ๆ ก็ทำสะอาดหมด
ขณะที่ความคิดเห็นทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีเจ้าของร้านคาร์แคร์เข้ามาบอกว่า กรณีนี้ล้างธรรมดาไม่ออกจริง ๆ ค่อนข้างล้างยาก ต้องเตรียมเงินไว้สูง และขึ้นอยู่กับทางร้านว่าจะคิดค่าลอกคราบน้ำเท่าใด ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่น ต่างเห็นด้วยกับทางร้าน

แท็กซี่สมุย ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 30 ล้าน พร้อมเปิดใจสไตล์การซื้อหวย

lottery04 lottery05

โชเฟอร์แท็กซี่สมุย ถูกหวยรางวัลที่ 1 รับทรัพย์เหนาะ ๆ 30 ล้านบาท จากสลากทั้งหมด 10 ใบ ซึ่งเลขที่ซื้อนั้นเป็นเลขจากทะเบียนรถแท็กซี่ อีกทั้งยังซื้อเลขเดิมทุกงวด

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2560 เว็บไซต์ workpointtv.com รายงานว่า นายสิทธิชัย สามทอง วัย 40 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 เมษายน 2560 หมายเลข 816729 จำนวน 10 ใบ ได้รับเงินรางวัล 30 ล้านบาท ซึ่งเพื่อนฝูงและครอบครัวต่างร่วมแสดงความยินดี
ด้านนายสิทธิชัย กล่าวว่า ตนได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัล ไปลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท. รัฐกาญจน์ จันทร์รงค์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เกาะสมุย เรียบร้อยแล้ว

สำหรับสาเหตุที่ซื้อเลขดังกล่าว เพราะเป็นเลขทะเบียนของรถแท็กซี่ตัวเอง คือ ทข 729 สุราษฎร์ธานี และตนสั่งพ่อค้าล็อตเตอรี่ว่า ถ้ามีเลข 729 ให้นำมาให้ทุกครั้งปกติสั่งซื้องวดละ 10 ใบ เหมือนกับงวดนี้

ย้อนสัมภาษณ์ ตั๊ก บงกช กับเหตุผลที่รั้งแม่เล็กไว้ หลังคุณแม่เสียชีวิตในวันเกิด

DSC_00403
ย้อนคำสัมภาษณ์ ตั๊ก บงกช หลังรู้ว่าแม่เป็นเจ้าหญิงนิทรา และเหตุผลที่ยังรั้งแม่เอาไว้ ยอมรับตัวเองก็ทรมาน แต่ขอสู้ให้ถึงที่สุด

หลังจากที่จากที่คุณแม่เล็ก ธนาภา ชีพนุรักษ์ คุณแม่ของตั๊ก บงกช ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2560 ด้วยวัย 64 ปี ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ และนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลคล้ายเจ้าหญิงนิทรา ไม่ลืมตา แต่ยังคงหายใจและรับประทานอาหารได้ มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยที่คุณแม่เล็กเอง ได้ป่วยมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ตั๊ก บงกช เคยออกมาเปิดใจกับหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ถึงอาการของคุณแม่ว่า ในตอนนั้น ว่า อาการของคุณแม่ดีขึ้น ขยับตัวได้ นั่งได้ ทั้งที่หมอเคยบอกว่าจะอัมพาตทั้งตัว อาจจะมีคนบอกว่าตนเป็นคนเห็นแก่ตัวที่รั้งแม่เอาไว้ เพื่อให้ตนได้กอดได้หอมแม่ แต่คุณไม่รู้หรอกว่ามันทรมานแค่ไหน ตนมองว่าแม่ต้องใช้เวลาในการรักษาตัว จะให้ตนดึงปลั๊ก ปลดเครื่องช่วยหายใจ ตนทำไม่ได้ ตนเชื่อว่าถ้าคนเราจะไป ต่อให้มีเครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ เขาก็ไปอยู่ดี แต่ตอนนี้แม่ยังหายใจได้

ทั้งนี้ คุณแม่เล็กได้เสียชีวิตในวันที่ 15 เมษายน 2560 ซึ่งตรงกับวันเกิดอายุ 32 ปีของตั๊ก และมีกำหนดการสวดอภิธรรมศพ ในวันที่ 16-21 เมษายน 2560 และฌาปนกิจในวันที่ 22 เมษายน

หมอหลอกหมอด้วยกัน ชวนลงทุนก่อนเชิดเงิน 64 ล้านหนี เจ็บใจ…ไม่คิดว่าหมอก็โกงเป็น

6_42
แพทย์หญิงนำทีมผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกรองปราบฯ หลังถูกแพทย์เพื่อนร่วมอาชีพฉ้อโกงเงินร่วมลงทุนบริษัททัวร์ เสียทรัพย์กว่า 64 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (16 เมษายน 2560) เรืออากาศโทหญิง แพทย์หญิง นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายกว่า 10 คน อาชีพ แพทย์ วิศวกร สจ๊วต อาจารย์มหาวิทยาลัย และทหาร เดินทางเข้าแจ้งความต่อตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังถูก รวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ฉ้อโกงลงทุนบริษัททัวร์ชื่อ วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด มูลค่ากว่า 64 ล้านบาท

ทั้งนี้ เรืออากาศโทหญิง แพทย์หญิง นิจชา เผยว่า ตนกับว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าวเป็นเพื่อนสมัยมัธยม ก่อนที่จะมีการชักชวนให้ร่วมลงทุนบริษัททัวร์ พร้อมอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงร้อยละ 6-18 ต่อเดือน ซึ่งการลงทุนขั้นต่ำ 80,000 บาท ถึง 12 ล้านบาท โดยการลงทุนธุรกิจนี้ไม่เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ คือไม่ต้องชักชวนสมาชิกเพิ่ม
เรืออากาศโทหญิง แพทย์หญิง นิจชา กล่าวว่า ด้วยอาชีพการงานที่น่าเชื่อถือ ตนจึงตัดสินใจร่วมลงทุนในครั้งแรก 500,000 บาท แล้วก็ได้เงินปันผลในเดือนต่อมาจริง ๆ จึงมีการลงทุนเพิ่มไปอีก ซึ่งก็ได้เงินคืนทุกเดือน รวมกว่า 300,000 บาท แต่ยังมีเงินที่ตนลงทุนค้างอยู่อีก 1,000,000 บาท แต่ต่อมาในช่วงเดือนมีนาคมตนเริ่มไม่ได้รับเงินปันผล จึงได้พยายามทวงถามแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยง อ้างว่าบัญชีถูกอายัดและไม่สามารถติดต่อได้ ไปหาที่บ้านและที่ทำงานก็ได้รับแจ้งว่าลาพักร้อน จึงเดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว

เผยชนวน แก๊งโจ๋ศรีสะเกษรุมยำเก๋ง 2 ผัวเมียกลางตลาด ล่าสุดจับได้แล้ว 4 ราย

1_192_17
เผยสาเหตุแก๊งวัยรุ่นรุมทำร้าย 2 สามีภรรยากลางตลาด ใน จ.ศรีสะเกษ ที่แท้ฝ่ายเก๋งเป็นคนขับรถไปหาเรื่องถึงที่แถมยิงปืนขู่ ล่าสุดตำรวจจับได้แล้ว 4 หลบหนีอีก 3

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณ 7 คน รุมกระทืบ 2 สามีภรรยา คือ นายคมกริช แสงกอง อายุ 33 ปี น.ส.ปิยวรรณ สามสี อายุ 21 ปี กลางตลาดแห่งหนึ่งที่ จ.ศรีษะเกษ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าภายในรถเก๋งมีอาวุธปืนสั้นจำนวน 1 กระบอก และยาเสพติดจำนวนหนึ่งอีกด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมานั้น (อ่านข่าว : แก๊งวัยรุ่นผู้ชายสุดเก๋า บุกเข้ากระทืบ 2 ผัวเมียกลางตลาด ใครห้ามก็ไม่ฟัง แต่งานนี้มีคดีพลิก)
ความคืบหน้าล่าสุด (16 เมษายน 2560) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ ได้ชี้แจงสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่า เกิดจากนายคมกริช ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋ง ได้ขับรถย้อนศรเข้าไปในซอยของตลาดดังกล่าว ซึ่งในขณะนั้นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้กำลังเล่นน้ำสงกรานต์กันอยู่ โดยกลุ่มวัยรุ่นได้พยายามขอร้องให้ทางนายคมกริช ถอยรถกลับออกไปเพราะทำรถติด แต่ทางนายคมกริชกลับไม่ยอมถอย แถมมีการชักปืนออกมายิงขู่กลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย จึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความไม่พอใจและเข้ารุมทำร้ายดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในรถเก๋งพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืน 12 นัด รวมถึงยาบ้า 28 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถนั้น ทางเจ้าหน้าที่คาดว่านายคมกริช อาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งอาจต้องมีการอายัดตัวนายคมกริชเพื่อดำเนินคดีต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นแก๊งนี้ล่าสุดจับได้แล้ว 4 คน เหลืออีก 3 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว

กรรมการบริษัทแฉ โดนซินแสโชกุนหลอก ได้ไปเที่ยวไม่กี่ที ก่อนเจอลอยแพที่สนามบิน

1_22

กรรมการบริษัท ซินแสโชกุน 6 ราย เข้าคุยกองปราบฯ เผยถูกลอยแพไปเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนผู้เสียหายอื่น ๆ ด้านผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง เผยเจ้าตัวเครียดหลังเข้าคุก

จากคดีของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริหารบริษัท Wealthever ที่หลอกลวงประชาชนให้สมัครสมาชิก บริษัทขายอาหารเสริม พ่วงทริปเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในราคาราว 1 หมื่นบาท แต่กลับลอยแพลูกทัวร์นับพันคนที่สนามบิน ก่อนที่ต่อมาจะถูกจับฐานฉ้อโกงประชาชนนั้น (อ่านข่าว : ซินแสโชกุน ไม่รอดคุก ถูกนำตัวฝากขังศาลอาญา ทนายยืนยัน ไม่ตั้งใจลวงไปเที่ยวญี่ปุ่น)
ล่าสุด วันที่ 16 เมษายน 2560 ผู้บริหารบริษัท Wealthever จำนวน 6 คน ประกอบด้วยทั้งกรรมการและรองประธาน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่กองปราบปราม เพื่อมอบข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้

นางสาวธัญวลัย น้ำแก้ว 1 ในกรรมการ Wealthever กล่าวว่า ถูก ซินแสโชกุน ชวนให้สมัครสมาชิก ก่อนตั้งให้เป็นกรรมการเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้ลงทุน และไม่ได้เงินปันผลใด ๆ ซึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ตนได้ไปท่องเที่ยวฮ่องกงและประเทศญี่ปุ่น หลังซื้อสินค้าครบยอดคือประมาณ 8,380 บาท โดยเมื่อไปเที่ยว ทางซินแสโชกุน จะให้ถ่ายภาพคู่กับสินค้าเพื่อใช้โปรโมท พร้อมเผยว่าจัดเที่ยวจากงบโฆษณาบริษัท อย่างไรก็ดี ตนก็ตกเป็นผู้เสียหายที่ถูกลอยแพที่สนามบินสุวรรณภูมิหลังถูกหลอกว่าจะได้ไปญี่ปุ่นเช่นกัน

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่าทั้ง 6 คน ขณะนี้ยังอยู่ในฐานะพยานที่เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มกับ ซินแสโชกุน เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงออกหมายจับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติม ส่วนผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับกองปราบปรามฯ มีจำนวนกว่า 200 คน คาดว่าทั่วประเทศจะมีผู้เสียหายรวมกว่า 1,000 คน

ส่วนความเคลื่อนไหวของ ซินแสโชกุน หลังถูกส่งตัวไปทัณฑสถานหญิงกลาง นางชฎาพร รักษาทรัพย์ ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง เผยว่า หลังจาก ซินแสโชกุน ถูกส่งตัวมายังเรือนจำ เจ้าตัวมีอาการเครียดเล็กน้อย แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษาตลอด โดยรวมสุขภาพร่างกายยังแข็งแรง

ลุงโฉดรับสารภาพ ฆ่าข่มขืนหลานวัย 6 ขวบ โยนศพทิ้งน้ำ พูดจาสีหน้าเรียบไม่สำนึก

3_189 4_109

ตำรวจสกลนครนำลุงโฉดขี้เมา ฆ่าข่มขืนหลานสาววัย 6 ขวบ ก่อนโยนศพทิ้งน้ำอำพรางคดี ฝากขังผลัดแรก เจ้าตัวยังสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยอมปริปากใด ๆ แต่ยอมรับว่าลงมือก่อเหตุจริง

จากกรณี นายสมอน ภักดี อายุ 42 ปี ชาวบ้านดอนแดง ต.ท่าก้อน อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ก่อเหตุสะเทือนขวัญฆ่าข่มขืนหลานสาวแท้ ๆ วัย 6 ขวบ ก่อนจับโยนทิ้งน้ำอำพรางคดี เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นยอมรับว่าก่อเหตุข่มขืนจริง โดยอ้างว่า เห็นหลานกำลังปัสสาวะ จึงเกิดอารมณ์ทางเพศนั้น (อ่านข่าว : ลุงโฉดข่มขืนฆ่าหลานสาววัย 6 ขวบ โยนศพทิ้งน้ำ กลับบ้านนอนหน้าตาเฉย)

ล่าสุด (16 เมษายน 2560) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนแพง ได้คุมตัวนายสมอน มาที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร เพื่อเก็บตัวอย่างหลักฐานจากตัวผู้ต้องหา ทั้งตัวอย่างผม ขนเพชร และเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม นำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำส่งไปตรวจสอบที่ จ.ขอนแก่น และสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ คาดจะทราบผลภายใน 1 เดือน

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมอนเดินทางไปที่ศาลจังหวัดสกลนคร เพื่อรอขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งระหว่างทาง มีการพูดคุยถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งนายสมอนมีสีหน้าเรียบเฉย อีกทั้งมีอาการตาปรือคล้ายกับคนไม่ได้นอนเต็มที่ และยังมีอาการเมาค้าง บอกเพียงว่า ตนลงมือก่อเหตุจริง เพราะฤทธิ์สุราและเกิดอารมณ์ทางเพศ

โชเซ่ มูรินโญ่ – แมนยู กลับมาตั้งเป้าคว้าท็อป 4 หลังชนะ ซันเดอร์แลนด์

26609-news-6413
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชี้ว่าชัยชนะเหนือ ซันเดอร์แลนด์ ทำให้ทีมของเขายังสามารถมองถึงการคว้าท็อป 4 ได้ จากรายงานของ espnfcasia.com เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2560

แมนยู บุกไปถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 ตัวตั้งแต่ครึ่งแรกได้คาบ้าน 3-0 ทำให้ “ปีศาจแดง” เก็บ 3 คะแนนสำคัญเพิ่มเป็น 57 แต้มจาก 30 เกมตามหลัง แมนฯ ซิตี้ อันดับ 4 อยู่ 4 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด และตามหลัง ลิเวอร์พูล อันดับ 3 อยู่ 6 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 2 นัด

ซึ่งทาง โชเซ่ มูรินโญ่ มองว่าชัยชนะในเกมนี้ทำให้ แมนยู ยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแย่งตำแหน่งท็อป 4 “ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ เก็บชัยชนะได้ทั้งคู่ ถ้าเราไม่ชนะเกมนี้ก็เกือบจะเป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎีกับการจบอันดับที่ 4 เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะต้องชนะ และนั่นคือเป้าหมาย”

“เราทำได้สำเร็จ นอกเหนือจากนี้มันดีมากที่ไม่มีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ เพราะเรายังคงต้องต่อสู้เพื่อสถานการณ์ของเราใน พรีเมียร์ลีก แต่ใน ยูโรป้า ลีก ก็ยังคงสำคัญสำหรับเราอยู่ไม่แพ้กัน มันเป็นเกมที่เราแค่ต้องชนะให้ได้”

“ตอนนี้เราได้แชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และได้แชมป์ ลีก คัพ มาแล้ว แต่กับ พรีเมียร์ลีก มันคงไม่มีทางแล้ว ดังนั้นเราจะต้องสู้เพื่อการแข่งขันที่เราคงอยู่ในเส้นทาง”

เผยนาทีโจรใจบาป ก้มกราบพระประธาน ก่อนงัดอัญมณี เจ้าอาวาสชี้ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม !

3.3
เผยภาพโจรใจบาป แอบขโมยอัญมณีจากพระประธาน โดยก้มกราบ พนมมืออธิษฐาน ก่อนเข้างัดพลอย ซ้ำหยิบจีวรห่มคลุมตัวอำพราง เจ้าอาวาสไม่โกรธ เชื่อใครขโมยเจอหายนะ

วันที่ 16 เมษายน 2560 สน.โคกคราม ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ในวัดบุญศรีมุนีกรณ์ ถนนรามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบกระจกบริเวณด้านข้างถูกกรีดด้วยที่ตัดกระจก มีร่องรอยทุบกระจกด้านซ้ายพระประธาน พระพุทธมหามณีนพรัตน์ และถอดอัญมณีจากนิ้วโป้ง ชี้ ก้อย ซึ่งเป็นอัญมณีทับทิม 2 เม็ด บุษราคัมล้อมไพลิน 1 เม็ด และที่ตู้บูชาหน้าพระประธาน สำหรับให้ประชาชนบูชา หายไปอีก 6 เม็ด มูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท

1_643

จากนั้นทางวัด ได้เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด โดยจะเห็นว่าคนร้ายปีนเข้ามาทางโรงครัว ประมาณเวลา 23.30 น. จากนั้นก็ลากตู้เข้ามาเพื่อหาทางหลบหนี จากนั้นคนร้ายได้ก้มกราบพระ พร้อมยังอธิษฐาน ก่อนจะเข้าไปขโมยอัญมณีใส่กระเป๋าและกระโดดออกไป แล้วยังเอาจีวรคลุมตัวเพื่อหลบหนี ซึ่งภาพจากกล้องจับใบหน้าคนร้ายไว้ได้ค่อนข้างชัดเจน หากใครมีเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ สน.โคกคราม
ด้านพระมหาชานนท์ กุสลจิตโต เจ้าอาวาส กล่าวว่า คนร้ายน่าจะหวังมาลักทรัพย์ อัญมณีแก้วขนเหล็ก โป่งข่าม ไหมทอง ซึ่งเป็นคนที่มีความชำนาญด้านไสยศาสตร์ เพราะเลือกขโมยอัญมณีที่มีความเชื่อว่า จะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย เเละมีการเตรียมอุปกรณ์ สวมถุงมือ ใช้ที่กรีดกระจก อย่างไรก็ดีทางวัดไม่โกรธ เพราะใครขโมยจะได้รับผลกรรม และใครครอบครองจะได้รับหายนะ เนื่องจากพระพุทธรูปองค์นี้สร้างจากแรงศรัทธาของประชาชาชน

2.1 2.2_1 2_490 3.2